Customise Consent Preferences

We use cookies to help you navigate efficiently and perform certain functions. You will find detailed information about all cookies under each consent category below.

The cookies that are categorised as "Necessary" are stored on your browser as they are essential for enabling the basic functionalities of the site. ... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

No cookies to display.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

No cookies to display.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

No cookies to display.

Performance cookies are used to understand and analyse the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

No cookies to display.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customised advertisements based on the pages you visited previously and to analyse the effectiveness of the ad campaigns.

No cookies to display.

Blue O'Clock

สตูดิโอผลิตและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านการลงทุน ธุรกิจ จิตวิทยาและการพัฒนาตนเอง อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

Quote

100 ข้อคิด จาก Bill Gates | Blue O’Clock Podcast EP. 31

Bill Gates ผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft มหาเศรษฐีติดอันดับตัวท็อปต้น ๆ ของโลกมาอย่างยาวนาน และนี่คือ 100 บทเรียน ที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากเขา

  1. ถ้าคุณเกิดมาจน นั่นมันไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่หากคุณตายทั้ง ๆ ที่ยังจนอยู่ นั่นมันเป็นความผิดของคุณ
  2. ผมมักจะเลือกคนที่ขี้เกียจมาทำงานที่ยากที่สุด เพราะพวกเขามักจะหาวิธีการที่ง่ายที่สุดในการทำงานเหล่านั้นจนได้
  3. ถ้าหากคุณต้องการที่จะเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนที่จนที่สุดจำนวนสองพันล้านคนบนโลกใบนี้แล้วล่ะก็ คุณจำเป็นที่จะต้องลดราคาค่าใช้จ่ายในส่วนของพลังงานลงอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน นั่นคือวิธีการที่ดีที่สุดที่คุณสามารถมอบให้พวกเขาได้ และนอกจากนั้นยังต้องเป็นพลังงานที่สะอาดด้วย
  4. ความสำเร็จเป็นครูที่แย่ เพราะมันคอยที่จะล่อลวงให้ผู้คนที่ฉลาด ๆ คิดว่าพวกเขาไม่สามารถล้มเหลวหรือแพ้ได้ ทั้งที่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นความล้มเหลวคือครูที่ดีที่สุดที่จะคอยสอนบทเรียนต่าง ๆ ให้กับเรา
  5. ถ้าคุณไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างให้มันดีได้ อย่างน้อยก็ควรที่จะทำมันให้ดูดีขึ้นมาได้บ้าง
  6. ลูกค้าที่ไม่พึงพอใจมากที่สุด คือแหล่งเรียนรู้ที่ดีที่สุดของคุณ
  7. การฉลองความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องที่สำคัญกว่าก็คือการเรียนรู้จากความล้มเหลวที่เกิดขึ้น
  8. ในตลาดอนุญาตให้อยู่รอดเฉพาะคนที่มีผลิตภัณฑ์ที่ดี ที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงเทคโนโลยี ซึ่งหากบริษัทใดก็ตามที่ปล่อยปละละเลยในการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้วล่ะก็ บริษัทดังกล่าวก็จะถูกแทนที่ด้วยบริษัทอื่นอย่างรวดเร็ว
  9. ในช่วงที่ผมอายุราว ๆ 20 ปีนั้น ผมไม่เคยหยุดทำงานเลยแม้แต่วันเดียว
  10. ในสมัยตอนที่เป็นนักเรียนนักศึกษาอยู่นั้น ผมได้สอบตกในบางวิชา แต่ในขณะที่เพื่อนของผมสอบผ่านทุกวิชา และตอนนี้เพื่อนของผมทำงานเป็นพนักงานให้กับบริษัท Microsoft และผมเป็นเจ้าของบริษัท Microsoft
  11. ในอนาคตเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีราคาย่อมเยาว์มากยิ่งขึ้น และผู้คนจำนวนมากก็จะมีโอกาสในการเข้าถึงมันได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ มันจะช่วยให้ผู้คนจำนวนมาก สามารถได้รับการรักษาพยาบาลและการศึกษาได้ดียิ่งขึ้น
  12. โดยปกติแล้วผมจะอ่านหนังสือราว ๆ 1 ชั่วโมงในทุก ๆ คืน ก่อนที่จะผลอยหลับไป
  13. เทคโนโลยี จะช่วยทำให้พวกเรามี Productive หรือสามารถทำงานได้อย่างประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นนั้น จะทำให้เราใช้เวลาในเรื่องของการเอาชีวิตรอดน้อยลง แล้วหันไปใช้เวลากับการแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ที่ท้าทายยิ่งขึ้น
  14. ทุกคนต้องการโค้ชทั้งนั้น มันไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล นักเทนนิส นักยิมนาสติก หรืออะไรก็ตาม
  15. ผมเข้าใจดีว่าเราจำเป็นที่จะต้องมีเงินหลายล้านเอาไว้ใช้เพื่อที่จะได้มีอิสระในการใช้ชีวิต แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีมากพอถึงจุด ๆ หนึ่ง ผมสามารถบอกคุณได้เลยว่า มันก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างกันมากนัก เพราะแฮมเบอร์เกอร์มันก็คือแฮมเบอร์เกอร์เหมือน ๆ เดิม
  16. ชีวิตนี้มันไม่มีความยุติธรรมหรอก จงทำใจให้ชินกับมันซะ
  17. ในชีวิตจริงของคนเรานั้น มันไม่มีการปิดเทอมเหมือนชีวิตในโรงเรียนหรอก มันไม่มีปิดเทอมภาคฤดูร้อนอะไรทำนองนั้น และในชีวิตจริงก็มีนายจ้างน้อยคนมากที่จะสนใจช่วยเหลือคุณเมื่อยามคุณเดือดร้อนจริง ๆ ดังนั้นตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
  18. ผมเชื่อเหลือเกินว่า ถ้าหากเราสามารถมีเครื่องมือใดก็ตามที่ช่วยให้ผู้คนสามารถสื่อสาร เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันได้ดียิ่งขึ้นนั้น มันจะส่งผลให้พวกเขาสามารถมีอิสระที่จะบรรลุเป้าหมายที่พวกเขาสนใจเอาไว้ได้
  19. ผมมีความฝันอย่างมากมายในช่วงที่ยังเป็นเด็กอยู่ และผมคิดว่าความฝันส่วนใหญ่เกิดจากการที่ผมได้อ่านหนังสือเป็นจำนวนมาก
  20. ไม่ว่าผมจะอยู่ในออฟฟิศ อยู่ที่บ้าน หรืออยู่ในระหว่างการเดินทาง ผมมักจะมีหนังสือกองโตที่ผมพร้อมที่จะอ่านมันอยู่เสมอ
  21. หนังสือที่ผมมักไม่ค่อยอ่านมันมากนักก็คือ หนังสือแนวนวนิยาย
  22. ความคาดหวังถือว่าเป็นขั้นแรกของรูปแบบหนึ่งของความจริง ถ้าผู้คนเชื่อมั่นในสิ่งนั้นมากพอ
  23. ถ้าถามว่าใครเป็นคนตัดสินใจว่าระบบปฏิบัติการของ Microsoft Windows คืออะไร? คน ๆ นั้นก็คือลูกค้าที่จ่ายเงินซื้อนั่นแหละ
  24. ความอดทน เป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จ
  25. อย่าได้เปรียบเทียบตัวเองกับใครก็ตามบนโลกใบนี้ เพราะถ้าคุณทำเช่นนั้น นั่นแสดงว่า คุณกำลังดูถูกดูแคลนตัวเองอยู่
  26. ผมไม่ได้กำลังแข่งขันกับใคร ผมกำลังแข่งขันกับตัวของผมเอง
  27. ถ้าวัฒนธรรมองค์กรของคุณไม่ชอบพวก Geek หรือพวกที่ชอบทำงานแบบหมกมุ่นอย่างจริงจังแล้วล่ะก็ นั่นหมายถึงว่าองค์กรของคุณกำลังมีปัญหาแล้วล่ะ
  28. ผู้คนมักกลัวการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างเช่นในช่วงแรก ๆ ที่มนุษย์มีไฟฟ้าใช้นั้น ผู้คนต่างก็บอกว่ามันน่ากลัวและอันตรายเกินไปที่จะเอามาใช้ภายในบ้าน
  29. จากเดิมที่เคยพูดว่า “ฉันไม่รู้” ให้เปลี่ยนเป็น “ฉันแค่ยังไม่รู้เท่านั้นเอง”
  30. ถ้าหากคุณให้เครื่องมือแก่ผู้คน เพื่อเอื้ออำนวยช่วยเหลือให้พวกเขาใช้ความสามารถตามธรรมชาติที่มีอยู่ของพวกเขาได้แล้วล่ะก็ พวกเขาจะพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ผลลัพธ์จนน่าประหลาดใจเลยทีเดียว
  31. ความสำเร็จของพวกเรา มันวัดกันตั้งแต่การที่พาร์ทเนอร์ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดีตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว
  32. เป้าหมายของผมคือการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
  33. โลกจะไม่สนใจและไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวคุณเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งคุณทำบางสิ่งบางอย่างจนประสบความสำเร็จ เมื่อนั้น โลกถึงจะค่อยยอมรับและนับถือในตัวคุณ
  34. เทคโนโลยีเป็นเพียงแค่เครื่องมือเท่านั้น แต่การที่จะทำให้เด็ก ๆ สามารถร่วมมือกันทำงานได้และได้รับแรงบันดาลใจได้นั้น จะขึ้นอยู่กับคุณครูมากที่สุด
  35. พลังนั้นไม่ได้มาจากการเก็บความรู้ที่มีนั้นเอาไว้กับตัว แต่พลังนั้นมาจากการแบ่งปันความรู้
  36. หากอยากต้องการที่จะชนะครั้งยิ่งใหญ่ ในบางครั้งคุณก็จำเป็นที่จะต้องรับความเสี่ยงครั้งใหญ่ด้วยเช่นกัน
  37. ถ้าคุณคิดว่าคุณครูในห้องเรียนของคุณนั้นดุและโหดมากแล้วนั้น เดี๋ยวคุณจะรู้ว่าเวลาทำงานจริง ๆ ระหว่างคุณครูกับหัวหน้าของคุณใครจะโหดกว่ากัน
  38. ถ้าบริษัทรถยนต์เชื้อเพลิงต่าง ๆ ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันพวกเราน่าจะมีรถยนต์ในราคา $25 ที่สามารถขับได้ 1,000 ไมล์ต่อแกลอนกันแล้ว
  39. วิธีที่ดีที่สุดในการเตรียมตัวเป็นโปรแกรมเมอร์นั้น คือการเขียนโปรแกรมและศึกษาโปรแกรมดี ๆ ที่คนอื่น ๆ เขียนกัน โดยในกรณีของผม ผมไปค้นที่ถังขยะที่ศูนย์วิทยาการคอมพิวเตอร์แล้วค้นหาดูว่ามีรายชื่อระบบปฏิบัติการใดบ้างที่พวกเขากำลังเขียนกันอยู่
  40. เมื่อตอนสมัยเรียนนั้นผมไม่เคยได้คะแนนตัวท็อปของชั้นเรียนเลย แต่วันนี้ในที่สุดผมก็พบมหาวิทยาลัยชั้นเลิศที่ดีที่สุดแล้วนั่นก็คือ การศึกษาและเรียนรู้จากพนักงานภายในบริษัทของผมเอง
  41. ธุรกิจคือเกมการเงินที่มีกฎการเล่นอยู่ไม่กี่ข้อและแน่นอนมันเป็นเกมที่มีความเสี่ยงสูงเอามาก ๆ เกมหนึ่งเลยทีเดียว
  42. การเปิดโอกาสให้คนทำงาน สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงนั้นก็คือ พยายามให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกับสิ่งที่เกิดขึ้น และปล่อยให้พวกเขาทำหน้าที่อย่างอิสระ คุณจะพบว่า พวกเขาสามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้มากกว่าที่เคยทำมา
  43. กลยุทธ์ที่แย่จะพาล้มเหลว ไม่ว่าคุณจะมีข้อมูลดีมากแค่ไหนก็ตาม และเช่นกัน การปฏิบัติงานที่ไม่ได้เรื่องก็จะล้มเหลวต่อให้มีกลยุทธ์ที่ดีมากแค่ไหนก็ตามที ซึ่งถ้าหากคุณทำแต่เรื่องแย่ ๆ มากพอถึงจุด ๆ หนึ่ง ในท้ายที่สุด ธุรกิจก็ต้องปิดกิจการอย่างแน่นอน
  44. การทำธุรกิจ ไม่มีคำว่าเส้นชัย เพราะถ้ามีเส้นชัยจริง ผมคงถึงเส้นชัยที่ว่านั้นไปนานแล้ว
  45. ในทุก ๆ วันเรามักจะพูดประโยคที่ว่า “เราจะสามารถทำอย่างไรได้บ้างเพื่อให้ลูกค้ามีความสุขขึ้น?” และ “เราจะพัฒนานวัตกรรมนี้ไปข้างหน้าอย่างไรได้บ้าง?” เพราะถ้าเราไม่ทำ เดี๋ยวก็จะมีคนอื่นมาทำแน่ ๆ
  46. ในบริษัทผมจะคิดอยู่เสมอว่า ภายในอีก 3 ปีข้างหน้านี้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัท Microsoft นั้นจะล้าสมัย คำถามต่อมาก็คือ พวกเราจะเป็นคนทำให้มันล้าสมัยเอง หรือรอให้บริษัทอื่นมาทำ
  47. ในศตวรรษข้างหน้าต่อจากนี้เวลาคิดเรื่องต่าง ๆ อย่ามองแค่เพียงภายในประเทศ แต่ให้มองในระดับสากล
  48. การพัฒนาบางอย่างนั้นมีราคาแพง และถ้าคนที่ต้องการที่จะพัฒนานั้นพวกเขาไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม พวกเขาก็จะไม่ทำมัน ดังนั้น ให้คุณตัดสินใจว่า คุณต้องการให้นักพัฒนาทำงานชิ้นดังกล่าวต่อไปหรือไม่ ถ้าทำคุณก็ต้องกล้าจ่ายแพง
  49. ถ้าคุณมีชีวิตตกต่ำย่ำแย่ จงอย่าได้โทษพ่อแม่หรือผู้ปกครองของคุณ จงโทษตัวคุณที่ทำผิดพลาดในเรื่องเหล่านั้น แล้วเรียนรู้จากความล้มเหลวดังกล่าว
  50. ถ้าคุณชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่มีอยู่ และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น จากนั้น ผู้คนจึงจะเริ่มเดินหน้าเพื่อทำบางสิ่งบางอย่าง
  51. กฎข้อแรกของการนำเทคโนโลยีไปใช้กับธุรกิจให้สามารถดำเนินการได้แบบอัตโนมัติก็คือ ถ้าหากใช้กับการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีจะช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการดำเนินงานนั้นดียิ่งขึ้น แต่หากการดำเนินงานนั้นไร้ประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนั้นมันจะช่วยขยายความไร้ประสิทธิภาพในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
  52. สิ่งที่ยอดเยี่ยมของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลก็คือ ไม่ว่าเราจะใส่ข้อมูลเพิ่มลงไปมากแค่ไหน มันก็ไม่ได้ทำให้เครื่องคอมมันใหญ่ขึ้นหรือมีน้ำหนักมากขึ้น
  53. เคล็ดลับในการสร้างซอร์ฟแวร์ที่ข้อเดียวก็คือ เมื่อเขียนมันเสร็จแล้วก็ต้องลองใช้งานมันจริง ๆ ด้วย
  54. การมีคู่แข่งที่เก่งกาจอย่าง Google หรืออย่าง Apple นั้น เป็นเรื่องที่ดี เพราะมันจะทำให้เราไม่หยุดที่จะพัฒนา
  55. Software เป็นส่วนผสมที่ยอดเยี่ยมระหว่างเรื่องของศิลปะบวกกับเรื่องของวิศวกรรม
  56. มันควรเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่คนรวยจะต้องช่วยเหลือคนจน ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญต่อโลกของเรา
  57. ถ้าธุรกิจของคุณไม่ได้อยู่บนอินเตอร์เน็ต เตรียมตัวปิดกิจการได้เลย
  58. เราสามารถสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้ด้วยการลงทุนเพื่อกำจัดความจน ไม่ใช่แค่ออกมาเรียกร้อง
  59. คนส่วนใหญ่มักประเมินค่าในสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ใน 1 ปี สูงเกินไป และมักประเมินค่าสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ใน 10 ปีข้างหน้าต่ำเกินไป
  60. คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล คือหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังมากที่สุดในยุคอินเตอร์เน็ต ที่ทำให้ผู้คนธรรมดา ๆ ทั่วไปนั้น สามารถเป็นเจ้าของสื่อ สามารถสร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ และสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ในโลกอินเตอร์เน็ตเองได้
  61. เทคโนโลยีขั้นสูงนั้น คือการที่มันสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนได้โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวซะด้วยซ้ำ
  62. ความเชื่อที่ว่า โลกกำลังแย่ลง และเราไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนและปัญหาโรคภัยไข้เจ็บได้นั้น เป็นความเชื่อที่ผิด มันเป็นความคิดที่อันตรายเอามาก ๆ
  63. ผมรู้สึกโชคดีในทุก ๆ วันที่ได้ทำในสิ่งที่รัก เช่นเดียวกันกับเพื่อนของผมอย่าง Warren Buffett ที่เขาบอกว่า “มันคือการเต้นรำระบำไปกับงานที่ทำ”
  64. เมื่อประเทศใดก็ตามที่มีความสามารถมีทักษะที่ยอดเยี่ยม และมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในการที่จะลงมือทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาขนาดใหญ่มาก ๆ นั้น จะทำให้ประเทศอื่น ๆ กระตือรือร้นที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมัน
  65. ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้ตัวว่ากำลังพบเจอกับปัญหาอยู่ นั่นหมายถึงว่า มันสายเกินแก้แล้ว ดังนั้นการที่จะอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ได้นั้น คุณจำเป็นที่จะต้องตื่นตัว กลัว และวิ่งไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา คุณถึงจะอยู่รอดในอุตสาหกรรมนี้ได้
  66. อย่าตัดสินใจในเรื่องเดิมถึงสองครั้ง จงใช้เวลาและทบทวนความคิดอย่างถี่ถ้วนเพื่อใช้ในการตัดสินใจในครั้งแรกอย่างมั่นคง เพราะคุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาทบทวนปัญหาดังกล่าวซ้ำสองโดยไม่จำเป็น
  67. ชีวิตในโรงเรียนนั้น ไม่ได้สอนให้มีความคล้ายคลึงกับการใช้ชีวิตจริงข้างนอกโรงเรียนเลยแม้แต่น้อย
  68. จงค้นหาตัวเองให้เจอ
  69. บนโต๊ะคอมของผมนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 3 จอที่ต่อจากเครื่อง PC เครื่องเดียวกัน มันทำให้ผมมีพื้นที่ในการทำงานบนคอมพิวเตอร์มากขึ้น และส่งผลให้งานของผมมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วจากนั้นคุณก็จะพบว่า คุณไม่สามารถกลับไปใช้จอเล็ก ๆ ได้อีกเลย
  70. การรับรู้โลกแห่งความเป็นจริงตั้งแต่อายุยังน้อยอยู่นั้น มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก
  71. การทำธุรกิจซอร์ฟแวร์ ยังคงเป็นเหมือนกับธุรกิจอื่น ๆ ที่ยังคงมีความจำเป็นในการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียกับผู้อื่น พูดคุยกับลูกค้าและรับคำติชม เพื่อที่จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขและเข้าใจความต้องการของลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น
  72. การทำบุญให้มีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาและความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับการสร้างธุรกิจที่จำเป็นจะต้องใช้ทักษะต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปในทิศทางตามที่ต้องการ
  73. จงให้รางวัลแก่ความล้มเหลวในการทดลองที่คู่ควร
  74. ในช่วงเริ่มต้นของชีวิตนั้น เราต่างมีความฝันที่ยิ่งใหญ่อย่างเยอะแยะมากมาย อยากทำนู่นนี่นั่น อยากสร้างสิ่งนั้นสิ่งนี้ และสั่งสมประสบการณ์อย่างมากมาย แต่หากคุณลองไปถามความฝันของคนวัย 40 ปี ขึ้นไปแล้วนั้น คุณมักจะได้รับคำตอบคล้าย ๆ กันในทำนองที่ว่า ความฝันของพวกเขาคือ “การใช้ชีวิต”
  75. หากคุณมีการกำหนดเส้นทางของชีวิตด้วยตัวเอง ต้องการใช้ชีวิตในเส้นทางที่ตนเองเลือก ชีวิตคุณก็จะดำเนินไปในเส้นทางดังกล่าว แม้ว่าในบางครั้งจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้คุณออกนอกเส้นทางไปอยู่บ้าง แต่หากคุณมีโฟกัสที่เป้าหมายเดิมอยู่ ในท้ายที่สุดคุณก็จะค่อย ๆ พาตัวเองกลับยังเส้นทางที่คุณต้องการไปได้อยู่ดี
  76. คนเรานั้น ไม่สามารถมีความรู้ได้อย่างแท้จริงได้ หากคน ๆ นั้นไม่ใช่นักอ่านที่ดี
  77. ผมทำงานของผมอย่างหนัก นั่นก็เป็นเพราะ ผมรักในงานของผม
  78. พวกเราสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้โดยการใช้เทคโนโลยี
  79. ความสำเร็จในปัจจุบันนี้จะต้องประกอบไปด้วยการคิดไวทำไว คิดใหม่ทำใหม่ ตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
  80. การลงทุนเพื่อเทคโนโลยีในวันข้างหน้าตั้งแต่วันนี้นั้นกลายเป็นเรื่องที่จำเป็นมากกว่าที่เคย
  81. เทคโนโลยีเป็นเหมือนราวกับเวทมนต์ ที่ยิ่งเมื่อวันเวลาผ่านไปมันยิ่งเติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุด
  82. ลูกค้าต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงในราคาที่ถูก และพวกเขาต้องการมันเดี๋ยวนี้เลย
  83. การเป็นตำนานนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เข้าท่า และผมก็ไม่ได้ต้องการเป็นตำนานอะไรทั้งนั้น
  84. การบริหารจัดการความรู้นั้น ความหมายที่แท้จริงของมันก็คือ การเรียนรู้ไม่มีคำว่าสิ้นสุดจบสิ้น เพราะการเรียนรู้ที่ดี คือการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ของคนเรา
  85. เท่าที่เขารู้ก็คือ การเขียนซอร์ฟแวร์เพียงอย่างเดียวนั้นไม่ได้ทำให้ใครรวยขึ้นมาได้ ความหมายก็คือ การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นที่จะต้องใช้หลายองค์ประกอบมารวมเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การขาย การตลาด การบริหารการจัดการ การซับพอร์ทลูกค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
  86. แม้ว่าผมจะจบแค่เพียงระดับชั้นมัธยมปลายก็ตาม แต่ผมก็เป็นนักเรียนระดับ professional ความหมายก็คือ ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็ตาม จงทำแบบมือโปร
  87. ผมเล็งเห็นว่า ถ้าหากใช้วิทยาศาสตร์ในเรื่องของเกษตกรรมนั้น อุตสาหกรรมนี้จะมีศักยภาพอย่างมหาศาลในการเพิ่มผลผลิตของเกษตกรรายย่อย และจะช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากความอดอยากและความยากจนได้
  88. ชีวิตคุณจะดีหรือแย่นั้นขึ้นอยู่กับพื้นฐานไม่กี่อย่าง ไม่ว่าจะเป็น ที่อยู่อาศัยหลับนอน, การกินอาหาร, เซ็กซ์ และการขับถ่าย ถ้าทำได้ดีชีวิตจะมีความสุข แต่ถ้าไม่ เรื่องเหล่านี้มันอาจทำให้คุณถึงตายได้
  89. นักเรียนทุกคนสมควรได้รับการสั่งสอนจากคุณครูที่ยอดเยี่ยม และคุณครูที่ยอดเยี่ยมสมควรได้รับการสนับสนุนและซับพอร์ทในสิ่งที่พวกเขาต้องการใช้ในการก้าวสู่ความเป็นเลิศ
  90. เรื่องของการทำบุญนั้นเป็นเรื่องที่มีความสุขและเติมเต็มจิตใจได้เป็นอย่างดี
  91. วิสัยทัศน์ที่ปราศจากการลงมือทำนั้นคือการฝันกลางวันแบบลม ๆ แล้ง ๆ
  92. ในสหรัฐอเมริกา หากคุณเป็นผู้มีรายได้น้อย คุณมีโอกาสติดคุกสูงกว่าที่จะเป็นคนที่เรียนจนจบระดับมหาวิทยาลัย
  93. ผมไม่คิดว่าคุณจะสามารถรับมือกับการอดหลับอดนอนได้ โดยเฉพาะเมื่อยิ่งคุณแก่ตัวลงไป และนั่นมันก็ทำให้ผมไม่เคยขาดงานเลยสักวันเดียว
  94. ความคิดสร้างสรรค์นั้นส่งผลให้ผู้คนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  95. บริษัท Microsoft ก่อตั้งขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนั้นจะต้องเข้าไปอยู่ในทุก ๆ บ้าน ซึ่งเราไม่เคยหวั่นไหวจากวิสัยทัศน์นั้นเลยแม้แต่น้อย
  96. ในธุรกิจ คุณจะแพ้หรือชนะนั้น มันวัดกันที่วิธีการที่คุณรวบรวม จัดการ และการใช้ข้อมูล เพื่อส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคุณ
  97. จงเปลี่ยนข่าวร้ายให้กลายเป็นข่าวดี จงเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส
  98. โลกนี้ต้องการระบบการเงิน แต่ธนาคารไม่ต้องมีก็ได้
  99. การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในระยะยาวและมีกลยุทธ์ที่ดีให้กับผลิตภัณฑ์
  100. การบริการลูกค้านั้นจะกลายมาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในทุก ๆ ธุรกิจ เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ

Resources